6 วีซ่าที่คนไทยนิยมใช้อยู่อาศัยในออสเตรเลีย?

visa-for-thai-person-in-australia

ออสเตรเลียถือเป็นหนึ่งในประเทศปลายทางยอดนิยมของคนไทย ไม่ว่าจะเ เรียนต่อ ทำงาน ท่องเที่ยว หรือสร้างครอบครัวใหม่ เพราะที่นี่มีทั้งโอกาสทางอาชีพ ระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ และสังคมที่เป็นมิตรต่อชาวต่างชาติ

การ “ทำวีซ่าออสเตรเลีย” จึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญของการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ซึ่งแต่ละประเภทวีซ่าก็มีวัตถุประสงค์ ระยะเวลาในการอาศัย และเงื่อนไขแตกต่างกันออกไป การรู้จักประเภทของวีซ่าให้เหมาะกับเป้าหมายของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น วีซ่านักเรียน วีซ่าทำงาน วีซ่าท่องเที่ยว หรือวีซ่าคู่สมรส จะช่วยให้คุณวางแผนได้อย่างถูกต้อง และเพิ่มโอกาสในการอนุมัติได้มากขึ้น โดยประเภทวีซ่าที่คนไทยนิยมยื่นขอมีดังต่อไปนี้

1. Visitor Visa (Subclass 600) — วีซ่าท่องเที่ยว

วีซ่าสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางมา ท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือพักผ่อนระยะสั้นในออสเตรเลีย อยู่ได้ 3–12 เดือน แต่ ห้ามทำงาน และเรียนได้ไม่เกิน 3 เดือน

เหมาะสำหรับ: มาเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือทดลองใช้ชีวิตสั้น ๆ
การทำงาน : ไม่สามารถทำงานได้
อาศัยในออสเตรเลียได้ : 3 – 12 เดือน

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • พาสปอร์ต (Passport) ที่ยังไม่หมดอายุ
  • รูปถ่ายตามขนาดมาตรฐาน
  • หลักฐานการเงิน (เช่น สเตทเมนต์ย้อนหลัง 3–6 เดือน)
  • เอกสารการจองตั๋ว / ที่พัก / แผนการเดินทาง
  • หนังสือรับรองการทำงาน หรือเอกสารธุรกิจในไทย
  • จดหมายเชิญ (ถ้ามีคนเชิญในออสเตรเลีย)

การต่ออายุ / อยู่ต่อ

ไม่สามารถ “ต่อวีซ่าท่องเที่ยว” ได้ในระยะยาว แต่สามารถยื่น “เปลี่ยนประเภทวีซ่า” เช่น

  • เป็น Student Visa (500) ถ้าต้องการเรียน
  • หรือ Partner Visa (820) หากมีคู่ครองเป็นชาวออสซี่

2. Student Visa (Subclass 500) — วีซ่านักเรียน

วีซ่าสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนสถาบันในออสเตรเลีย เช่น ภาษา วิชาชีพ หรือมหาวิทยาลัยอยู่ได้ตามระยะเวลาคอร์ส และทำงานได้ 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ ระหว่างเปิดเทอม

เหมาะสำหรับ: คนที่ต้องการเรียนต่อระดับภาษา ป.ตรี หรือ ป.โท
การทำงาน : สามารถทำได้สูงสุด 48 ชั่วโมง / 2 สัปดาห์
อาศัยในออสเตรเลียได้ : ระยะเวลาของวีซ่าอนุมัติจะขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่เรียน

ระยะเวลาในการเรียนระยะเวลาวีซ่าที่มักได้รับ
หลักสูตรภาษา (ELICOS)6 เดือน6 – 8 เดือน
คอร์สวิชาชีพ (VET / Diploma)1 – 2 ปี18 – 30 เดือน
ป.ตรี (Bachelor Degree)3 – 4 ปี42 – 54 เดือน
ป.โท (Master Degree)1.5 – 2 ปี24 – 30 เดือน
ป.เอก (PhD)3 – 4 ปีสูงสุด 48 เดือน

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • COE (Confirmation of Enrolment) จากสถาบันที่ได้รับการรับรอง
  • หลักฐานการเงิน ครอบคลุมค่าเรียน + ค่าครองชีพ
  • ประวัติการศึกษาเดิม / Transcript
  • ผลตรวจสุขภาพ + ประกันสุขภาพ OSHC
  • Statement of Purpose (จดหมายอธิบายเหตุผลการเรียน)

การต่ออายุ / อยู่ต่อ

  • สมัครเรียนคอร์สใหม่ และยื่นขอต่อ Student Visa ภายในประเทศ
  • หลังเรียนจบ สามารถเปลี่ยนเป็น Temporary Graduate Visa (485) เพื่ออยู่ทำงานต่อ

3. Working Holiday Visa (Subclass 462) — วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว

สำหรับคนไทยอายุ 18–30 ปี ที่อยากมาทำงานเก็บประสบการณ์และท่องเที่ยวในออสเตรเลีย ในระยะเวลา 1 ปี

เหมาะสำหรับ: คนไทยอายุ 18–30 ปี อยากทำงานเก็บประสบการณ์
การทำงาน : สามารถทำได้สูงสุด 48 ชั่วโมง / 2 สัปดาห์
อาศัยในออสเตรเลียได้ : 12 เดือน และต่อได้สูงสุด 3 ปี หากทำงานในพื้นที่ชนบทตามเงื่อนไข

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • พาสปอร์ตและรูปถ่าย
  • Transcript หรือใบจบการศึกษา ป.ตรี ขึ้นไป
  • หลักฐานการเงินขั้นต่ำ 5,000 AUD
  • ใบตรวจสุขภาพ + ประกันการเดินทาง
  • Police Clearance (ใบรับรองความประพฤติ)

การต่ออายุ / อยู่ต่อ

  • ทำงานในพื้นที่ชนบท (Regional Work) อย่างน้อย 88 วัน เพื่อขอต่อปีที่ 2
  • หาทำงานต่อเนื่องตามเงื่อนไข สามารถขอต่อปีที่ 3 ได้
  • หรือเปลี่ยนเป็นวีซ่าทำงานสปอนเซอร์ (Subclass 482) ได้ในบางกรณี

4. Temporary Skill Shortage Visa (Subclass 482) — วีซ่าทำงานแบบสปอนเซอร์

วีซ่าสำหรับผู้ที่ได้รับการจ้างงานจากนายจ้างในออสเตรเลียในอาชีพที่ขาดแคลน อยู่ได้ 2–4 ปี และทำงานได้เต็มเวลา (Full-time) โดยมีโอกาสยื่นต่อเป็น PR ได้

เหมาะสำหรับ: คนที่มีนายจ้างในออสเตรเลียรับรอง (Sponsor)
การทำงาน : สามารถทำงานได้แบบเต็มเวลา (Full-time) โดยไม่มีการจำกัดชั่วโมง
อาศัยในออสเตรเลียได้ : 2–4 ปี

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • Letter of Employment / Job Offer จากนายจ้าง
  • ผลสอบภาษาอังกฤษ (IELTS, PTE, TOEFL)
  • Resume + ใบรับรองประสบการณ์การทำงาน
  • Police Check + ผลตรวจสุขภาพ
  • ใบรับรองวิชาชีพ (ถ้ามี)

การต่ออายุ / อยู่ต่อ

  • สามารถต่อกับนายจ้างหรือบริษัทเดิมได้
  • หรือยื่นขอ Permanent Residency (PR) ได้ผ่าน Skilled Migration หรือ Employer Nomination Scheme

5. Temporary Graduate Visa (Subclass 485) — วีซ่าหลังเรียนจบ

เหมาะสำหรับนักเรียนต่างชาติที่เรียนจบจากออสเตรเลีย ต้องการอยู่ต่อเพื่อทำงานเต็มเวลา อยู่ได้ 18 เดือน – 4 ปี ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษา และสามารถต่อยอดสู่ PR ได้

เหมาะสำหรับ: นักเรียนที่จบการศึกษาจากออสเตรเลีย
การทำงาน : สามารถทำงานได้แบบเต็มเวลา (Full-time) โดยไม่มีการจำกัดชั่วโมง
อาศัยในออสเตรเลียได้ : 2–4 ปี ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษา

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • ใบจบการศึกษา (Completion Letter)
  • Transcript จากสถาบันที่เรียน
  • หลักฐานผลสอบภาษาอังกฤษ
  • Police Check + ผลตรวจสุขภาพ
  • ประกันสุขภาพ (OSHC หรือ OVHC)

การต่ออายุ / อยู่ต่อ

  • เปลี่ยนเป็นวีซ่าทำงาน (Subclass 482) หากมีนายจ้างรับทำงานต่อ
  • ยื่นขอ PR (Permanent Residency) ผ่านสาย Skilled Migration (Subclass 189, 190, 491)
  • หรือเรียนคอร์สเสริมเพื่อขอต่อ Student Visa

6. Partner Visa (Subclass 820/801) — วีซ่าคู่สมรส

วีซ่าสำหรับคู่รักหรือคู่สมรสของชาวออสเตรเลีย แบ่งเป็น 2 ช่วง คือแบบชั่วคราว (820) และแบบถาวร (801) โดยให้สิทธิ์อยู่ ทำงาน และใช้ Medicare ได้ระหว่างการรออนุมัติ

เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีคู่สมรสเป็นชาวออสเตรเลีย
การทำงาน : สามารถทำงานได้แบบเต็มเวลา (Full-time) โดยไม่มีการจำกัดชั่วโมง
อาศัยในออสเตรเลียได้ : ขึ้นอยู่กับว่าจะได้รับวีว่าแบบไหน ระหว่างวีซ่าชั่วคราว (Temporary Partner Visa – Subclass 820) กับวีซ่าถาวร (Permanent Partner Visa – Subclass 801)

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • สูติบัตร / ใบทะเบียนสมรส / หลักฐานความสัมพันธ์ (รูปถ่าย, chat, ใบเสร็จร่วมกัน)
  • พาสปอร์ตของทั้งคู่
  • ใบรับรองความประพฤติ
  • Health Check และ Police Check

การต่ออายุ / อยู่ต่อ

  • จากวีซ่าชั่วคราว (820) จะอัปเกรดเป็นวีซ่าถาวร (801) อัตโนมัติหลังครบระยะเวลา
  • หลังจากนั้นสามารถยื่นขอสัญชาติออสเตรเลียได้

การยื่นขอวีซ่าแม้จะเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เอกสาร และใช้เวลามากในการทำ แต่หากเราเตรียมตัวมาให้ดี ในการรวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ เพื่อยื่นขอวีซ่าให้ผ่าน ก็ถือเป็นก้าวสำคัญในการใช้ชีวิตในต่างแดน แล้วหากท่านใดที่สนใจส่งของจากไทยไปออสเตรเลีย ก็สามารถไว้ไว้ Sabuy Express ได้เลยเพราะทางเรามีให้คุณเลือกส่งทั้งแบบทางเครื่องบินและทางเรือ พร้อมทีมงานคอยแนะนำเรื่องการส่งของจากไทยมาออสเตรเลีย โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-026-8996 หรือ LINE OA : https://lin.ee/M5MOJV6

Share