การเลือกกล่องพัสดุสำหรับส่งของไปต่างประเทศ ไม่ได้มีผลแค่เรื่องความปลอดภัยของสินค้าเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อ ค่าขนส่งระหว่างประเทศ อีกด้วย
หลายคนอาจคิดว่าการใช้กล่องใหญ่จะช่วยป้องกันสินค้าได้ดีกว่า แต่ในความเป็นจริง กล่องที่มีขนาดใหญ่เกินความจำเป็น อาจทำให้คุณต้องจ่ายค่าส่งแพงขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพราะบริษัทขนส่งระหว่างประเทศส่วนใหญ่คิดค่าบริการจากทั้ง น้ำหนักจริง (Actual Weight) และ น้ำหนักปริมาตร (Volumetric Weight)
ดังนั้น การเลือกใช้ กล่องมาตรฐาน หรือ กล่องขนาดพิเศษ (Custom Box) ให้เหมาะกับสินค้า จึงเป็นหนึ่งในวิธีลดต้นทุนการส่งของต่างประเทศที่ได้ผลมากที่สุด
กล่องพัสดุส่งผลต่อค่าส่งต่างประเทศอย่างไร ?
การเลือกกล่องสำหรับจัดส่งสินค้าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญทีส่งผลต่อทั้งต้นทุน ความปลอดภัยของสินค้า และค่าขนส่ง โดยเฉพาะการส่งของไปต่างประเทศที่บริษัทขนส่งมักคำนวณค่าบริการจากทั้ง น้ำหนักจริง และ น้ำหนักปริมาตร
1. น้ำหนักจริง (Actual Weight) คือน้ำหนักของพัสดุที่วัดไดจริงบนเครื่องชั่ง
2. น้ำหนักปริมาตร (Volumetric Weight) คือการคำนวณนหนักจากขนาดกล่อง โดยใช้สูตร กว้าง x ยาว x สูง หารด้วยค่าคงที่ของทางบริษัทขนส่ง “นั่นหมายความว่า กล่องที่ใหญ่เกินความจำเป็น = ค่าส่งที่แพงขนโดยไม่จำเป็น”
กล่องมาตรฐาน คืออะไร?
กล่องมาตรฐาน คือกล่องลูกฟูกที่มีขนาดสำเร็จรูป ผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก ตามขนาดที่ได้รับความนิยมทั่วไป ซึ่งหาซื้อได้ง่ายตามร้านอุปกรณ์แพ็กกิ้ง ร้านเครื่องเขียน หรือบริษัทขนส่งต่างๆ
ขนาดกล่องมาตรฐานที่นิยมใช้
| ขนาด (ซม.) | เหมาะกับสินค้า |
|---|---|
| 34 x 18 x 10 | เสื้อผ้า เอกสาร |
| 33.7 x 32.2 x 10 | หนังสือ แผ่นเกม |
| 33.7 x 32.2 x 18 | รองเท้า อุปกรณ์ไอที |
| 33.7 x 32.3x 34.5 | สินค้าขนาดกลาง |
| 41.7 x 35.9 x 36.9 | สินค้าขนาดใหญ่ |
กล่องมาตรฐานเหมาะกับใคร ?
- ผู้ส่งของเป็นครั้งคราว
- ผู้ส่งของใช้ส่วนตัวไปต่างประเทศ
- ร้านค้าออนไลน์ขนาดเล็ก
- สินค้าทรงทั่วไป
- ผู้ที่ต้องการประหยัดต้นทุนบรรจุภัณฑ์
| ข้อดีของกล่องมาตรฐาน | ข้อจำกัดของกล่องมาตรฐาน |
|---|---|
| ✅ ราคาถูก | ❌ อาจมีพื้นที่ว่างมากเกินไป |
| ✅ หาซื้อได้ง่าย | ❌ ต้องใช้วัสดุกันกระแทกเพิ่ม |
| ✅ ไม่ต้องรอผลิต | ❌ ต้องใช้วัสดุกันกระแทกเพิ่ม |
| ✅ มีหลายขนาดให้เลือก | ❌ ไม่เหมาะกับสินค้ารูปทรงพิเศษ |
| ✅ เหมาะกับสินค้าทั่วไป |
กล่องขนาดพิเศษ (Custom box) คืออะไร
คือกล่องที่ผลิตขึ้นตามขนาดจริงของสินค้า เพื่อให้พอดีกับตัวสินค้าและลดพื้นที่ว่างภายในกล่องให้มากที่สุด เหมาะสำหรับสินค้าที่มีรูปทรงเฉพาะ หรือสินค้าที่ต้องการการป้องกันเป็นพิเศษ
กล่องขนาดพิเศษเหมาะกับใคร?
- ธุรกิจ E-commerce
- ผู้ส่งออกสินค้าเป็นประจำ
- งานศิลปะและภาพวาด
- โมเดลสะสม
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- เฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็ก
- สินค้าแบรนด์ที่ต้องการภาพลักษณ์ระดับพรีเมียม
| ข้อดีของกล่องขนาดพิเศษ | ข้อจำกัดของกล่องขนาดพิเศษ |
|---|---|
| ✅ ลดพื้นที่ว่างภายในกล่อง | ❌ ต้นทุนผลิตสูงกว่า |
| ✅ ช่วยลดน้ำหนักปริมาตร | ❌ ต้องใช้เวลาสั่งผลิต |
| ✅ ลดโอกาสสินค้าเสียหาย | ❌ ไม่เหมาะกับผู้ส่งของเป็นครั้งคราว |
| ✅ ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น | |
| ✅ ประหยัดค่าส่งระยะยาวสำหรับธุรกิจ |
เทคนิคเลือกกล่องส่งของต่างประเทศให้ประหยัดค่าส่งที่สุด
หากต้องการลดต้นทุนค่าขนส่งระหว่างประเทศ ควรเลือกกล่องที่มีขนาดใกล้เคียงกับสินค้ามากที่สุด
- เลือกกล่องที่ใหญ่กว่าสินค้าเพียง 2-5 ซม. ต่อด้าน
- หลีกเลี่ยงการใช้กล่องใหญ่เกินความจำเป็น
- ลดพื้นที่ว่างภายในกล่อง
- ใช้วัสดุกันกระแทกเท่าที่จำเป็น
- ปรับลดความสูงของกล่องหากเหลือพื้นที่มากเกินไป
การจัดขนาดกล่องให้เหมาะสม สามารถช่วยลดน้ำหนักปริมาตรได้อย่างมีนัยสำคัญ และช่วยประหยัดค่าขนส่งต่างประเทศในระยะยาว
เปรียบเทียบ กล่องมาตรฐาน VS กล่องขนาดพิเศษ

หากไม่แน่ใจว่าควรใช้กล่องขนาดไหน? ให้ Sabuy Express ช่วยคุณได้ มีบริการ Repack สินค้าฟรี เพื่อช่วยปรับขนาดกล่องให้เหมาะสมกับสินค้า เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-026-8996 หรือ https://lin.ee/E6PHauT
A: กล่องที่ใหญ่เกินไปจะทำให้น้ำหนักปริมาตร สูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ค่าส่งแพงขึ้นได้มาก แม้สินค้าจะเบาก็ตาม
A: น้ำหนักปริมาตร คือน้ำหนักที่คำนวณจากขนาดกล่อง โดยใช้สูตร กว้าง x ยาว x สูง (ซม.) หารด้วยค่าคงที่ ของบริษัทขนส่ง (โดยทั่วไปคือ 5,000) บริษัทขนส่งจะเก็บค่าส่งจากค่าที่สูงกว่าระหว่าง น้ำหนักปริมาตร และน้ำหนักจริง
A: ขึ้นอยู่กับสินค้า หากสินค้ามีรูปทรงพิเศษ กล่องพิเศษจะลด น้ำหนักปริมาตร และประหยัดค่าส่งได้มากกว่า แต่หากสินค้ามีรูปทรงมาตรฐาน กล่องมาตรฐานก็เพียงพอและประหยัดกว่า
A: Sabuy Express มีบริการ Repack สินค้าฟรี เพื่อให้สินค้าของคุณอยู่ในกล่องขนาดที่เหมาะสมที่สุด ลดค่าส่งที่ไม่จำเป็น