ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเข้มข้นที่สุดในโลก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่าง Sydney, Melbourne และ Brisbane ที่เต็มไปด้วยคาเฟ่ Specialty Coffee และบาริสต้าฝีมือระดับโลก ทำให้เครื่องชงกาแฟที่ใช้ในร้านเหล่านี้มักเป็นแบรนด์ระดับพรีเมียม และได้รับการดูแลรักษาอย่างดีเมื่อร้านทางร้านมีการปรับเปลี่ยนเครื่องชงกาแฟรุ่นใหม่ ตัวเก่าที่สภาพยังดีมากจะถูกปล่อยขายในตลาดมือสอง ซึ่งกลายเป็นโอกาสทองของคนไทยที่อยากได้เครื่องชงกาแฟคุณภาพสูงในราคาสบายกระเป๋า
แบรนด์เครื่องชงกาแฟมือสองยอดนิยมจากออสเตรเลีย
1. Breville / Sage
- จุดเด่น: ใช้งานง่าย ดีไซน์สวย เหมาะกับมือใหม่
- รุ่นยอดนิยม: Breville Barista Express, Oracle Touch
- ราคาโดยประมาณ: 10,000 – 25,000 บาท (มือสองสภาพดี)
- เหมาะสำหรับ: คนเริ่มทำกาแฟที่บ้าน หรือเปิดคาเฟ่เล็กๆ
2. Rancilio
- จุดเด่น: แข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้นานหลายปี
- รุ่นยอดนิยม: Rancilio Silvia
- ราคาโดยประมาณ: 12,000 – 20,000 บาท
- เหมาะสำหรับ: สายดริปที่อยากยกระดับเป็นแบบแรงดันอย่างจริงจัง
3. Nuova Simonelli
- จุดเด่น: ระบบชงเสถียร ใช้ในร้านกาแฟมืออาชีพทั่วโลก
- รุ่นยอดนิยม: Oscar II, Musica
- ราคาโดยประมาณ: 25,000 – 60,000 บาท
- เหมาะสำหรับ: ร้านกาแฟเล็กถึงกลาง หรือบาริสต้าฝึกฝน
4. Rocket Espresso
- จุดเด่น: ดีไซน์สวย หัวชงแน่นแรงดันนิ่ง
- รุ่นยอดนิยม: Rocket Appartamento, R58
- ราคาโดยประมาณ: 30,000 – 80,000 บาท
- เหมาะสำหรับ: คนรักกาแฟที่ชอบทั้งฟังก์ชันและความหรู
5. La Marzocco
- จุดเด่น: มาตรฐานระดับบาริสต้าชิงแชมป์โลก ใช้ในคาเฟ่ทั่วออสเตรเลีย
- รุ่นยอดนิยม: Linea Mini, GS3
- ราคาโดยประมาณ: 50,000 – 120,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นและสภาพ)
- เหมาะสำหรับ: คนที่อยากเปิดคาเฟ่แบบจริงจัง หรืออยากใช้ของระดับโปร
แหล่งขายเครื่องชงกาแฟมือสองในออสเตรเลียที่คนไทยนิยมซื้อDipacci

Dipacci
เว็บที่รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องชงกาแฟโดยเฉพาะ ที่มีทั้งของใหม่และมือสองที่ผ่านการเซอร์วิสและตรวจสภาพจากช่างก่อนขาย มั่นใจในเรื่องคุณภาพได้เลย เหมาะกับผู้ที่ต้องการเครื่องสภาพดี “พร้อมใช้งานทันที” ไม่อยากเสี่ยงซื้อเครื่องเสีย
ข้อดี
- เชี่ยวชาญด้านเครื่องชงกาแฟโดยเฉพาะ มีทั้งของใหม่และมือสอง
- ทุกเครื่องผ่านการตรวจเช็ค สะอาด เซอร์วิสเรียบร้อยก่อนขาย
- มีบริการรับประกัน / ใบเช็กสภาพจากช่างผู้เชี่ยวชาญ
- มีหน้าร้านจริงใน Sydney, Melbourne และ Perth
ข้อเสีย
- ราคาสูงกว่าซื้อจากเว็บทั่วไป (เพราะเป็นเครื่องชงกาแฟคัดเกรดดี)
- เครื่องชงกาแฟมือสองหมดไว ต้องรีบจอง
- ต้องนัดจองล่วงหน้าเพื่อดูเครื่องชงกาแฟบางรุ่น
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์นี้ : https://dipacci.com.au/collections/second-hand-commercial-coffee-machines?srsltid=AfmBOorDRtHhDogJ3Pp5WFkrr6CXbFw5FKXIZyoHpnuw3dOylRjvT2AJ

Gumtree
เว็บประกาศซื้อขายของมือสองยอดนิยมในออสเตรเลีย เจ้าของขายเองโดยตรง ราคาถูกมาก แต่ต้องตรวจเช็กสภาพเครื่องให้ดีเพราะไม่มีการรับประกัน เหมาะกับคนมีความรู้เรื่องเครื่องชงพอสมควร และอยากได้ราคาถูกสุด แต่ต้องกล้าเสี่ยงและตรวจเครื่องเองเป็น
ข้อดี
- ราคาถูกมาก เพราะเจ้าของขายเองโดยตรง (Private seller) สามารถต่อรองราคากับทางผู้ขายได้
- เลือกพื้นที่ที่ต้องการซื้อได้ มีตัวเลือกเมืองให้เลือกทั่วประเทศ
ข้อเสีย
- ไม่มีการตรวจสภาพหรือรับประกัน
- ต้องระวังเรื่องเครื่องเสีย / เครื่องซ่อมแล้วกลับมาขาย
- ผู้ขายบางรายไม่รับคืนสินค้า / ไม่ออกใบเสร็จให้
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์นี้ : https://www.gumtree.com.au/s-second-hand+coffee+machine/k0r250

Cashconverters
เว็บขายของมือสองที่ใหญ่สุดในออสเตรเลีย มีทั้งหน้าร้านและออนไลน์ สินค้าผ่านการตรวจเบื้องต้นและมีใบรับประกันบางรุ่น ราคากลางๆ ไม่แพงเกินไป เหมาะกับคนที่อยากได้เครื่องราคากลางๆ มีความมั่นใจระดับหนึ่งว่าทางเว็บตรวจของให้แล้ว
ข้อดี
- มีระบบคอยตรวจเช็คเบื้องต้นและออกใบรับประกันบางรายการ
- มีสาขาทั่วประเทศและสามารถสั่งออนไลน์ได้
- บางสาขามีระบบคืนเงิน (Return Policy)
ข้อเสีย
- เครื่องบางรุ่นไม่ได้ผ่านการเซอร์วิสอย่างละเอียด
- ไม่ใช่เว็บผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟโดยเฉพาะ เหมือนเป็นแหล่งปล่อยของมือสองมากกว่า ที่ผ่านการจำ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์นี้ : https://www.cashconverters.com.au/shop/household-business/cooking-dining?Sort=default&page=1&f%5Blocations%5D%5B0%5D=all&f%5Bcategory%5D%5B0%5D=1073743210&query=coffee%20machine
ขั้นตอนการเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟมือสองจากออสเตรเลียอย่างละเอียด
ขั้นตอนที่ 1: กำหนดงบประมาณและวัตถุประสงค์
- หากชงดื่มเองที่บ้าน: เริ่มต้นที่ 10,000 – 20,000 บาท
- หากเปิดคาเฟ่: แนะนำ 40,000 บาทขึ้นไป เพื่อได้รุ่นกึ่งพาณิชย์ขึ้นไป
ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบสภาพเครื่อง
- เช็ค แรงดันปั๊ม (Pump Pressure) และ ค่าอุณหภูมิ (Boiler Temperature)
- สังเกตสนิม หรือรอยรั่วบริเวณท่อทองแดง
- ขอรูป/วิดีโอสาธิตการชงจริงจากผู้ขาย
ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบประวัติผู้ขาย
- ซื้อจากร้านค้าที่มีชื่อเสียงในออสเตรเลีย เช่น Facebook Marketplace, Gumtree, eBay AU
- หากเป็นร้านมืออาชีพ ควรมีการรับประกันหรือใบตรวจเช็กก่อนขาย
ขั้นตอนที่ 4: คำนวณค่าขนส่งกลับไทย
- น้ำหนักเฉลี่ยเครื่องชงกาแฟอยู่ที่ 10–20 กก.
- ค่าขนส่งทางเครื่องบิน (ส่งของเร็ว) : ประมาณ $15–18/kg
- ค่าขนส่งทางเรือ (ประหยัดงบ) : ประมาณ $7.5–9/kg
- ควรเลือกบริการขนส่งที่มี แพ็กกันกระแทก / ประกันสินค้า / บริการรวมภาษีปลายทาง
ขั้นตอนที่ 5: เคลียร์ภาษีและนำเข้า
- สินค้าประเภทเครื่องชงกาแฟจัดอยู่ในหมวด เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน (HS Code 8516.71)
- หากใช้บริการรวมภาษี ลูกค้าไม่ต้องดำเนินการเรื่องภาษีเอง
จากที่ทางเราแนะนำเบื้องต้นไปเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนในการตัดสินใจในการเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟ ซึ่งหากคุณตัดสินใจเลือกซื้อไป เเล้วต้องการส่งของจากออสเตรเลียกลับไทย สามารถไว้ใจทาง Sabuy Express ได้เลยเพราะทางเรามีให้คุณเลือกส่งทั้งแบบทางเครื่องบินและทางเรือ พร้อมบริการรีแพ็คสินค้า ให้เครื่องชงกาแฟของคุณสามารถมาใช้งานที่ร้านในไทยอย่างปลอดภัยหายห่วง หรือหากคุณเป็นคอกาแฟเเล้วต้องการสั่งกาแฟแคปซูลที่มีขายเฉพาะในออสเตรเลียก็สามารถเเจ้งเราได้เพราะเรามีบริการฝากซื้อคอยกดออร์เดอร์ให้ แล้วส่งของจากออสเตรเลียกลับไทย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-026-8996 หรือ LINE OA : https://lin.ee/M5MOJV6